บทที่ 6 六
"อ่ะนี่...ของโปรด" ต้าเหนิงตักสลัดผักให้กับเหยาเอิน พร้อมกับรอยยิ้มกว้างเหมือนเดิม
"ขอบคุณมากนะต้าเหนิง" เหยาเอินกล่าวเสียงเบา ๆ แต่มันก็ทำให้ชุนได้ยินอยู่ดี
"ถ้าผมมองไม่ผิด ผมว่าคุณต้าเหนิงอายุมากกว่าเหยาเอิน ผมเข้าใจถูกไหมครับ" ด้วยความอยากรู้ชุนจึงได้ถามออกไป
"ครับ...แต่เราสองคนสนิทกันมากและผมก็ยินดีที่ให้เอินเรียกผมแค่ชื่อ" ชุนที่ได้ยินคำตอบถึงยิ้มกว้างออกมาแต่ในใจกลับนึกเสียดาย เห็นทีคงไม่สนุกเสียแล้วเพราะเธอคนนี้มีคนจับจองเอาไว้ก่อนและแน่นอนว่าเขาจะถอยออกเอง เพราะเขาถือคติว่าเขาจะไม่เป็นมือที่สามของใคร คนที่เขาจะนอนด้วยต้องโสดเท่านั้น
"เมื่อกี้หลานยิ้มกว้างมากเลย ดีแล้ว ดีแล้ว อ่ะนี้ลุงตักให้" เหยียนอวี่ที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามกับชุนระบายยิ้มออกมาแล้วพูดอย่างเปิดเผยท่ามกลางคนที่นั่งร่วมโต๊ะพร้อมกับตักเนื้อชิ้นโตให้กับชุน
"ขอบคุณครับคุณลุง" ชุนขอบคุณลุงอวี่ แล้วหันไปมองเหยาเอินสลับกับต้าเหนิงอีกครั้งแล้วจึงตักเนื้อเข้าปากโดยที่ไม่ได้ขัดลุงอวี่ว่าจำผิด ชุนไม่ได้ชอบเนื้อ คนที่ชอบเนื้อคือพ่อของเขาต่างหาก
เสียงพูดคุยบนโต๊ะอาหารดังต่อเนื่องสลับกับเสียงหัวเราะ จนเวลาล่วงเลย...งานเลี้ยงต้องเลิกแล้ว
"เอินเอิน...ลูกมาพอดีเลย พาชุนเขาไปที่ห้องพักที พ่อจะอยู่คุยกับอาอวี่ก่อน" เหยาเอินกลับเข้ามาหลังจากที่ออกไปส่งต้าเหนิงที่รถ เหยาเฉินจึงอยากให้เหยาเอินเป็นคนพาชุนไปห้องพัก
"ถ้าเอินเอินนเหนื่อยก็ให้พักผ่อนเถอะครับ แค่บอกทางผมก็พอเดี๋ยวผมเดินไปเองได้ครับคุณท่าน"
"เอินลูก พาพี่เขาไปพักที่เรือนไม้ไป" เหยาเฉินคนเป็นพ่อพูดอีกครั้งทุ้มต่ำ
"ค่ะคุณพ่อ...ทางนี้ค่ะ" เหยาเอินตอบรับ แล้วหันไปพูดกับชุนที่กำลังมองเธออยู่
"เฟยเจิน!" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกสาวใช้ประจำตัวของลูกสาวตนเอง ก่อนที่เธอจะเดินตามลูกสาวเขาไปแววตาคมส่งสายตาไปให้เฟยเจินแล้วจ้องมองอยู่แบบนั้น
"คะ!คุณท่าน" เฟยเจินหันกลับมามองตามเสียงเรียกด้วยความตกใจเล็กน้อยกับน้ำเสียงที่เหมือนจะดุตน
"ไม่ต้องตามไป เอาชานี้ไปอุ่นให้ร้อนที" น้ำเสียงยังคงเข้มพอๆกับสายตาที่ก้มมองลงที่ถ้วยชา
"ได้ค่ะคุณท่าน" เฟยเจินหย่อนตัวลงนั่งแล้วคลานเข่าเข้าไปหยิบถ้วยชาทั้งสองแก้วแล้วเดินเข้าไปในครัวท่ามกลางความสงสัยแต่คงได้แต่เก็บมันเอาไว้ในใจ
เหยาเฉินหันไปยิ้มกับเหยียนอวี่อย่างรู้กัน ทั้งเหยาเฉินกับเหยียนอวี่แท้จริงแล้วเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แต่แล้ววันหนึ่งเหยาเฉินต้องย้ายเมืองไปอยู่อีกเมืองนึง จนกระทั่งกลับมาเจอกันอีกครั้งก็ด้วยหน้าที่การงาน
"ทำไมท่านถึงไว้ใจในตัวของชุนล่ะครับ" เหยียนอวี่ถามขึ้น
"ตอนนี้เราอยู่กันแค่สองคนแล้ว พูดกันเองเถอะ" น้ำเสียงที่ทรงอำนาจ แปรเปลี่ยนเสียงทุ้มต่ำฟังดูอบอุ่นขึ้นแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อยู่ในท่าสบาย
"ได้สิ...บอกเหตุผลหน่อยสิฉันอยากฟัง...ขอเพียงว่า...ไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นนะ" เหยียนอวี่ถามด้วยใบหน้าที่มีความกังวลแฝงอยู่
"ไม่ใช่หรอก..." มือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดเอื้อมไปตบเบา ๆ ที่ต้นแขนของเหยียนอวี่ ราวกับว่าเป็นการย้ำในคำพูดที่เขาพูดออกไป
"ไม่ใช่ก็ดีแล้ว นายควรลืมเธอไปได้แล้วฉันไม่อยากให้นายเอาชุนมาเป็นตัวแทนของเธอ" มือใหญ่เอื้อมไปวางทาบทับที่มือของเหยียนอวี่กลับแล้วยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะยกมือออกมากุมเอาไว้ที่ด้านหน้าของตัวเอง
"แล้วต้าเหนิงล่ะ จริงจังกับหลานหรือเปล่า" เหยียนอวี่ถามขึ้น ในขณะที่เหยาเฉินสูดหายใจและกลั้นเอาไว้ก่อนที่จะค่อย ๆ ระบายออกมาแล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เกร็งเครียด สีหน้าของเขาบ่งบอกว่าไม่ชอบใจเสียเท่าไหร่กับผู้ชายคนนี้
"ฮึ...คนนั้นแค่ต้องการบารมีและอำนาจจากตำแหน่งหน้าที่การงานฉัน ครอบครัวฉันเท่านั้น คนของฉันไปสืบมาแล้วเรื่องนี้เหยาอันเมียของฉันก็ยังไม่รู้ว่าต้าเหนิงมีจุดประสงค์แฝงอยู่"
"แย่ชะมัด!" เหยียนอวี่สบถออกมาอย่างหัวเสีย แววตาของเขามองไปที่เพื่อนรักด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจจะอธิบายได้
"แต่ฉันรู้นะว่าเอินเองก็ไม่รักต้าเหนิงหรอก" เหยาเฉินพูดด้วยใบหน้าที่มั่นใจ หลังจากที่เหยาเฉินรู้ว่าชุนเป็นลูกใครเขาก็อยากได้ชุนมาเป็นลูกเขยของเขาแทบจะทันที
"ฉันจะช่วยอีกแรง" ความยืนหยัดปรากฏบนใบหน้าแน่วแน่ของเหยียนอวี่และดูเหมือนว่ามันจะทวีเพิ่มมากขึ้นในแววตานั่น
"คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับเอินและชุนแล้ว" คนเป็นพ่ออย่างเหยาเฉินพูดขึ้นด้วยความคาดหวัง
เส้นทางที่ถูกปูด้วยหินแผ่นใหญ่คดเคี้ยวไปมาดูเป็นศิลปะ ด้านข้างยังคงเป็นดอกไม้นานาพันธุ์ที่ส่งกลิ่นหอมพอ ๆ กับสนามหญ้าที่ถูกตัดใหม่ ๆ ส่งกลิ่นหอมทำให้ชุนสูดดมอีกครั้ง เขารู้สึกว่าชอบกลิ่นนี้เหลือเกิน กลิ่นที่คล้าย ๆ กับผู้ชายคนนั้น คนที่เขาเจอเมื่อหัวค่ำ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรที่นึกถึงใบหน้าที่ดูเอาเรื่องมันกลับทำให้เขาสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
"ซีฮัน..." เขาพูดชื่อเบา ๆ ในลำคอชุนยังคงจำชื่อได้ ไม่น่าเชื่อเพียงเพราะเขานึกถึงชื่อนี้แล้วกลับรู้สึกอยากยิ้มออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"ยิ้มเหรอ" เป็นจังหวะที่เหยาเอินหันกลับมามองคนที่เดินตามมาเงียบๆ เธอก็เห็นรอยยิ้มนั้นอีกครั้ง รอยยิ้มที่มีอิทธิพลต่อหัวใจเธอตั้งแต่ตอนแรกที่เธอได้เห็น
"เอิน คุณเรียนที่ไหนนะ" ชุนเปลี่ยนเรื่องเพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดอะไรที่มันดีกว่านี้
.........
ส่งท้ายตอนที่6
น้องเริ่มเข้ามาอยู่ในใจของพี่แล้ว ส่วนเอินก็อยากจะได้ชุน
1commert คือ 1กำลังใจให้กับไรต์เตอร์คนนี้ค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ
